2

ทริปกรุงเทพฟ้าอมร เหตุเกิดจากปุ้ย(เพื่อนน้าบี)ได้โทรมาชวนพี่อิงน้องออมไปดูคอนเสริต์เกาหลี(ที่ฝันไว้มานาน) แต่ก็โดนพ่อแม่สกัดเนื่องจากงบประมาณแผ่นครอบครัวมีน้อยเพราะพึ่งไปตะล่อนทัวร์มาใหม่ๆ แต่สุดท้ายด้วยแรงสนับสนุน

1

1
1.ปู่ย่าจ่ายค่ารถไฟมา 3000บาท 2.ยายให้เงินช้อป 2000บาท 3.น้าปุ้ยซื้อตั๋วคอนเสริต์700x3ใบ=2100บาท 4.น้าบีฝ่ายเลี้ยงดู

3

3

4

4
สรุปแม่นั่งรถไปส่งกรุงเทพ 11โมงเช้าของวันที่6เมษา55 ตั๋ว 574 x 4=2296บาท (ร่วมขากลับแม่คนเดียว) นั่งรถไฟสปินเตอร์รอบนี้สุดยอด มาก็สาย บอกถึงหัวลำโพง 2ทุ่มถึงจริง 4ทุ่มครึ่ง น้าบีกับน้าปุ้ยมารอตั้งนาน เสร็จแล้วก็นั่งรถกลับที่พักหลังม.ราม แวะกินบะหมี่ กรุงเทพนะของอะไรก็แพงบะหมี่ชามละ 40-50บาท 5คนหมดไป 400กว่าบาท ถึงที่พัก 5ทุ่ม

5

5
นั่งเม้าน์กันหลายเรื่อง...!...เรื่องหลงทางไปเขา เขาคิชฌกูฏ (ผีหลอก) หลอนมากๆ สรุปแม่มีเวลาเที่ยวครึ่งวันก่อนขึ้นรถไฟกลับลำปาง 6โมงเย็น วันที่ 7เมษา55 อยากเที่ยววัดพระแก้ว น้าบีโอเค จะพาไป เที่ยงคืนกว่าเข้านอน ตื่นแต่เช้ากินนม+ขนมปังรองท้อง ออกจากรามแต่ 7โมง

อยากไหว้ไหว้พระ 9 วัด กรุงเทพ(ได้มา 5วัด+อื่นๆ)

ไหว้พระ 9 วัด เป็นคำเรียกการตระเวนไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัดและศาลเจ้าที่มีชื่อเสียง 9 แห่งในกรุงเทพมหานคร โดยสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ 9 แห่งเหล่านั้นได้แก่[

1.วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร (วัดกัลยา, วัดซำปอกง) ไม่ได้ไป

2.วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร (วัดชนะสงคราม) ได้ผ่าน

3.วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์)ได้ไป

4.วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)ได้ไป

5.วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร (วัดระฆัง) ไม่ได้ไป

6.วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดสุทัศน์)ได้ไป

7.วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดแจ้ง) ได้ผ่าน

8.ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานครได้ไป

9.ศาลเจ้าพ่อเสือ พระนคร ไม่ได้ไป

เสาชิงช้า

เสาชิงช้า
1.เสาชิงช้า ประวัติความเป็นมา มีพราหมณ์ นาฬิวัน ชาวเมืองสุโขทัย มีนามว่า พระครูสิทธิชัย (กระต่าย) นำความขึ้นกราบบังคมทูลต่อพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจักรีบรมนาถ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ว่าการประกอบพิธีตรียัมปวายอันเป็นประเพณีของพราหมณ์มีมาแต่โบราณจำเป็นต้องมีการโล้ชิงช้า พระ พุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเสาชิงช้าขึ้นตรงหน้าเทวสถาน เมื่อวันพุธ แรม ๔ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะโรง พุทธศักราช ๒๓๒๗ ต่อมาได้สร้างโรงก๊าด (โรงเก็บน้ำมันก๊าด) ขึ้น ณ เทวสถาน จึงย้ายเสาชิงช้ามา ณ ที่ตั้งปัจจุบัน การสร้างเสาชิงช้าขึ้นก็เพื่อจะรักษาธรรมเนียมการสร้างพระนครตามอย่างโบราณไว้

วัดสุทัศน์

วัดสุทัศน์
2.วัดสุทัศน์เทพวราราม เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นใน พ.ศ. 2350 เดิมพระราชทานนามว่า “วัดมหาสุทธาวาส” โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระวิหารขึ้นก่อนเพื่อประดิษฐานพระศรีศากยมุนี (พระโต) ซึ่งอัญเชิญมาจากพระวิหารหลวงวัดมหาธาตุ จังหวัดสุโขทัย แต่สิ้นรัชกาลก่อนที่จะประดิษฐานเป็นสังฆาราม จึงเรียกกันว่า วัดพระโต วัดพระใหญ่ หรือวัดเสาชิงช้าบ้าง จนกระทั่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยโปรดเกล้าฯ ให้สร้างต่อ และทรงจำหลักบานประตูพระวิหารด้วยพระองค์เอง แต่ก็สิ้นรัชกาลเสียก่อนที่การก่อสร้างจะแล้วเสร็จ การก่อสร้างวัด มาเสร็จบริบูรณ์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ใน พ.ศ. 2390 และพระราชทานนามว่า “วัดสุทัศนเทพวราราม”

วัดสุทัศน์

วัดสุทัศน์

ศาลหลักเมือง

ศาลหลักเมือง
3.ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร พอจอดรถเจ้าถิ่นก็เสนอขายดอกไม้เทียนรวมหมดไป480บ.(ค่าดอกไม้กำละ40+ค่าจอดรถ)ที่หน้าหลักศาลขายกำ10บาท บ้านนอกเข้าเมืองนะประวัติ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ ได้โปรดเกล้าให้กระทำพิธียกเสาหลักเมือง เมื่อวันอาทิตย์ เดือน ๖ ขึ้น ๑๐ ค่ำ ตรงกับวันที่ ๒๑ เมษายน ปีพุทธศักราช ๒๓๒๕ เวลา ๖.๕๔ นาฬิกา การฝังเสาหลักเมืองมีพิธีรีตองตามพระตำราที่เรียกว่า พระราชพิธีนครฐาน ใช้ไม้ชัยพฤกษ์ทำเป็นเสาหลักเมือง ประกับด้านนอกด้วยไม้แก่นจันทน์ที่มี เส้นผ่าศูนย์กลางวัดที่โคนเสา ๒๙ เซนติเมตร สูง ๑๘๗ นิ้ว กำหนดให้ความสูงของเสาหลักเมืองอยู่พ้นดิน ๑๐๘ นิ้ว ฝังลงในดินลึก ๗๙ นิ้ว มีเม็ดยอดรูปบัวตูม สวมลงบนเสาหลัก ลงรักปิดทอง ล้วงภายในไว้เป็นช่องสำหรับบรรจุดวงชะตาเมือง

ศาลหลักเมือง

ศาลหลักเมือง
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ทรงโปรดเกล้าให้ขุดเสาหลักเมืองเดิม และจัดสร้างเสาหลักเมืองขึ้นใหม่ทดแทนของเดิมที่ชำรุด เป็นแกนไม้สัก ประกับนอกด้วยไม้ชัยพฤกษ์ ๖ แผ่น สูง ๑๐๘ นิ้ว ฐานเป็นแท่นกว้าง ๗๐ นิ้ว บรรจุดวงเมืองในยอดเสาทรงมัณฑ์ที่มีความสูงกว่า ๕ เมตร และอัญเชิญหลักเมืองเดิม และหลักเมืองใหม่ ประดิษฐานในอาคารศาลหลักเมืองที่สร้างใหม่ มียอดปรางค์ ก่ออิฐฉาบปูนขาว ได้แบบอย่างจากศาลหลักเมืองกรุงศรีอยุธยา เมื่อปีพุทธศักราช ๒๓๙๕ ศาลหลักเมืองได้รับการปฏิสังขรณ์อีกหลายครั้ง ในปี พ.ศ. ๒๕๒๓ มีการบูรณะซ่อมแซมครั้งใหญ่ เพื่อเตรียมการเฉลิมฉลองสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ครบ ๒๐๐ ปี พ.ศ. ๒๕๒๕ ศาลหลักเมืองได้รับการบูรณะอย่างสวยงาม ด้านทิศเหนือจัดสร้างซุ้มสำหรับประดิษฐานเทพารักษ์ทั้ง ๕ คือเจ้าพ่อหอกลอง เจ้าพ่อเจตคุปต์ พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง และพระกาฬไชยศรี มีการจัดละครรำ ละครชาตรี ให้ผู้ต้องการบูชา ว่าจ้างรำบูชาศาลหลักเมืองอยู่ด้านข้าง

ศาลหลักเมือง

ศาลหลักเมือง
ตำนาน อิน จัน มั่น คง มีเรื่องสืบกันมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โบราณถือว่าพิธีสร้างพระนครหรือสร้างบ้าน สร้างเมือง ต้องฝังอาถรรพ์ 4 ประตูเมือง ต้องฝังเสาหลักเมือง การฝังเสาหลักเมืองและเสามหาปราสาทต้องเอาคนที่มีชีวิตทั้งเป็น ลงฝังในหลุม เพื่อให้เป็นผู้เฝ้าทวารมหาปราสาทบ้านเมือง ป้องกันอริราชศัตรูมิให้มีโรคภัย ไข้เจ็บเกิดแก่เจ้าฟ้ามหากษัตริย์ผู้ครองนครบ้านเมือง ในการทำพิธีกรรมดังกล่าว ต้องเอาคนที่ชื่อ อิน จัน มั่น คง มา ฝังลงหลุม

ศาลหลักเมือง

ศาลหลักเมือง

ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร
4.ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เป็นที่ทำการของหน่วยงานเกือบทั้งหมดของ อปท.กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันมีสองแห่งคือ เลขที่ 173 ถนนดินสอ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร และบริเวณริมถนนมิตรไมตรี แขวงดินแดง เขตดินแดง อันเป็นที่ตั้งของหน่วยงาน 6 สำนัก ได้แก่ สำนักการโยธา, สำนักการระบายน้ำ, สำนักพัฒนาสังคม, สำนักสิ่งแวดล้อม, สำนักอนามัย, สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว

กระทรวงกลาโหม

กระทรวงกลาโหม
5.กระทรวงกลาโหม (ประเทศไทย) ตั้งอยู่ที่แขวงพระราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ตรงข้ามวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เดิมเป็นโรงช้าง โรงม้า และโรงสีข้าวของทหาร ในสมัยรัชกาลที่ 5 จอมพล เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสง-ชูโต) ได้กราบบังคมทูลขอพระบรมราชานุญาตสร้างเป็นโรงทหารถาวรขึ้น ต่อมาจึงจัดตั้งเป็นกระทรวงกลาโหม

พระเมรุ

พระเมรุ
6.ชมพระเมรุสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ได้ยืนมองจากฝั่งวัดพระแก้ว ขอบอกสุดยอดความอลังการ ซึ่งเป็นเช้าวันเสาร์ที่7เมษา55 งานพิธีมีวันจันทร์ที่9เมษา55 ทุกฝ่ายจึงเร่งเตรียมงานกัน ยิ่งตอนกลางคืนคงจะสวยมากๆ

เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา

เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา

วัดพระเเก้ว

วัดพระเเก้ว
7.วัดพระศรีรัตนศาสดา หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า วัดพระแก้ว เป็นวัดที่ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2325 เป็นวัดในพระบรมมหาราชวัง เช่นเดียวกับ วัดพระศรีสรรเพชญ์ ซึ่งเป็นวัดในพระราชวังหลวงในสมัยอยุธยา และมีพระราชประสงค์ให้วัดพระศรีรัตนศาสดารามเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต ที่นำมาจากกรุงเวียงจันทร์ แต่แท้ที่จริงแล้ว พบเจอวัดพระแก้ว จังหวัดเชียงราย และเป็นสถานที่ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล วัดพระศรีรัตนศาสดารามเป็นวัดที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ เพราะมีแต่ส่วนพุทธาวาสไม่มีส่วนสังฆาวาส

วัดพระแก้ว

วัดพระแก้ว
กลุ่มอาคารบริเวณฐานไพที มีอาคารหลักสามหลัง คือ ปราสาทพระเทพบิดร สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2398 เดิมชื่อว่า พุทธปรางค์ปราสาท เมื่อแรกนั้นมีพระราชประสงค์จะอัญเชิญพระแก้วมรกตมาไว้ แต่เมื่อสร้างเสร็จเห็นว่าคับแคบไม่เหมาะแก่การพระราชพิธี จึงมิได้อัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานดังพระราชดำริในปี พ.ศ. 2446ได้มีการซ่อมแซมแล้วให้เปลี่ยนนามเป็น ปราสาทพระเทพบิดร พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระบรมรูปพระบูรพกษัตริย์ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ทั้ง 5 องค์มาไว้

วัดพระแก้ว

วัดพระแก้ว
พระมณฑป เป็นมณฑปยอดปราสาทเจ็ดชั้น ฝาผนังภายนอกประดับลวดลายนูนต่ำปิดทองประดับกระจกเป็นรูปเทพพนมภายในกรอบสี่เหลี่ยม บานประตูทั้งสี่ทิศเป็นประตูลายมุก ส่วนของฐานนั้นทำเป็นชั้น โดยชั้นบนเป็นรูปเทพบุตรนั่งประนมกรเรียงระหว่างซุ้มประตู ส่วนด้านล่างเป็นรูปครุฑและคนธรรพ์นั่งสลับกัน ส่วนภายในเป็นที่ประดิษฐานตู้พระไตรปิฎกประดับมุก และปูพื้นด้วยเสื่อสานด้วยเส้นลวดที่ทำจากเงิน

วัดพระแก้ว

วัดพระแก้ว

วัดพระแก้ว

วัดพระแก้ว

วัดพระแก้ว

วัดพระแก้ว
พระศรีรัตนเจดีย์ สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๙๘ โดยจำลองแบบมาจากเจดีย์ในวัดพระศรีสรรเพชญ์ที่พระราชวังกรุงศรีอยุธยา องค์เจดีย์มีความสูงประมาณ 40 เมตร ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ เมื่อสมัยแรกสร้างนั้นยังมิได้มิได้มีการประดับกระเบื้อง ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) จึงได้มีการประดับกระเบื้องโมเสสสีทองทั้งองค์เจดีย์

วัดโพธิ์

วัดโพธิ์
8. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) จัดเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร และเป็นวัดประจำรัชกาลในรัชกาลที่ 1 ทั้งยังเปรียบเสมือนเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศด้วย เนื่องจากเป็นที่รวมจารึกสรรพวิชาหลายแขนง วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหารถือได้ว่าเป็นวัดที่มีพระเจดีย์มากที่สุดในประเทศไทย โดยมีจำนวนประมาณ 99 องค์] พระเจดีย์ที่สำคัญ คือ พระมหาเจดีย์สี่รัชกาล ซึ่งเป็นพระมหาเจดีย์ประจำพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วิหารพระพุทธไสยาส สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่ก่ออิฐ ถือปูน ปิดทองทั่วทั้งองค์ และมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ ที่ได้ทำบุญตักบาตรเหรียญ์108บาตร (50บาท)

วัดโพธิ์

วัดโพธิ์

นั่งตุ๊กๆ

นั่งตุ๊กๆ
9.นั่งรถตุ๊กๆ จากวัดโพธิ์ไปตลาดหลังวัง 5คน 40บาท(ไม่ไกล)

ท่าเตียน

ท่าเตียน
10.ผ่านท่าเตียน ได้ชื่อว่า "ท่าเตียน" มาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งท่าเตียนนี้เป็นชุมชนที่มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา เรียกว่า "ชุมชนบางกอก" และตลอดสองฟากฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาก็เต็มไปด้วยเรือนแพของชาวบ้านที่มาอาศัยอยู่และค้าขายในแถบนี้ จนในสมัย รัชกาลที่ ๔ ได้เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ ที่โรงของพระองค์เจ้ามหาหงส์ในกรมหมื่นสุรินทรรักษ์ และได้ลุกลามไปทั่วบริเวณบ้านเรือนแถบนั้น การดับเพลิงสมัยก่อนนั้นทำได้ยาก เพราะที่ทางคับแคบบวกกับชาวบัานต่าสพากันขนข้าวของของตนเอง ไม่มีใครช่วยกันดับเพลิง จนกระทั่งลุกลามไปจนถึงวัดพระเชตุพนฯ คนในบริเวณยั้ยสามารถสกัดดับเพลิงไว้ได้ ทำให้บริเวณท่าเรือ เรือนแพต่างๆ ที่อยู่ริมน้ำ ตลาดท้ายวัง วังของเจ้าขุนมูลนาย และบริเวณใกล้เคียง ถูกเผาเรียบเป็นหน้ากลอง จึงสันนิษฐานว่าด้วยเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ จึงเป็นมูลเหตุที่มาของชื่อ "ท่าเตียน"

ตลาดหลังวัง

ตลาดหลังวัง
11.ตลาดหลังวัง แวะกินข้าวริมแม่น้ำเจ้าพระยากัน (ทำเอาเจ้าออมเกือบเป็นลม ร้อนและเดินไกลหน้าซีดเลยระหว่างนั่งรอข้าว (400กว่าบาท) ยกมือเหนือหัวไหว้ตึกโรงพยาบาลศิริราช เพราะรู้ว่านายหลวงทรงพักรักษาตัวอยู่ที่นี้ กินข้าวเสร็จ ไปลองนั่งเรือข้ามฝากดูกัน

ท่าเรือ

ท่าเรือ
12.ท่าเรือข้ามฟาก 3บาท หลังจากกินข้าวก็นั่งเรือข้ามฟากไปฝั่งโรงพยาบาลศิริราช ยกมือไหว้เพราะนายหลวงทรงพักรักษาพระวรกายอยู่ที่นี้

วัดอรุณ

วัดอรุณ
ระหว่างนั่งเรือก็เห็นวัดอรุณ(วัดแจ้ง)แต่ไกลคงไม่ได้ไป 13.วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร หรือที่นิยมเรียกกันในภาษาพูดว่า วัดแจ้ง หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า วัดอรุณ เป็นวัดโบราณ สร้างในสมัยอยุธยา ว่ากันว่าเดิมเรียกว่า วัดมะกอก และ ส่วนเหตุที่มีการเปลี่ยนชื่อเป็นวัดแจ้งนั้น เชื่อกันว่า เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงตั้งราชธานีที่กรุงธนบุรีใน พ.ศ. 2310 ได้เสด็จมาถึงหน้าวัดนี้ตอนรุ่งแจ้ง จึงพระราชทานชื่อใหม่ว่าวัดแจ้ง แต่ความเชื่อนี้ไม่ถูกต้อง เพราะเพลงยาวหม่อมภิมเสน วรรณกรรมสมัยอยุธยาที่บรรยายการเดินทางจากอยุธยาไปยังเพชรบุรี ได้ระบุชื่อวัดนี้ไว้ว่าชื่อวัดแจ้งตั้งแต่เวลานั้นแล้ว

นั่งแท๊กซี่

นั่งแท๊กซี่
นั่งแท๊กซี่ กลับไปที่รถที่เจอไว้ที่ศาลหลักเมือง 45บาท แล้วอาบีก็ขับรถชมกรุงแบบผ่านๆ ดังต่อไปนี้

(ส่วนต่อไป...ได้แค่ขับรถผ่าน... ยกมือไหว์เท่านั้น)

วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร

วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร
14.วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร เป็นวัดโบราณสร้างในสมัยอยุธยา ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้าง เดิมเรียกว่าวัดกลางนา เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเสด็จขึ้นครองราช มีพระราชประสงค์ที่จะสร้างสิ่งก่อสร้างขึ้นให้คล้ายคลึงกับกรุงศรีอยุธยามากที่สุด วัดที่ตั้งอยู่ใกล้พระบรมมหาราชวังได้ทรงปฏิสังขรณ์ใหม่ ตลอดจนเปลี่ยนชื่อวัดให้เหมาะสม โปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อวัดกลางนาเป็นวัดตองปุ และให้เป็นวัดพระสงฆ์ฝ่ายรามัญ เช่นเดียวกับวัดตองปุที่กรุงศรีอยุธยา เพื่อเทิดเกียรติทหารชาวรามัญในกองทัพสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้กับพม่าในสงครามเก้าทัพ เมื่อ พ.ศ. 2328 สงครามที่ท่าดินแดงและสามสบ เมื่อ พ.ศ. 2329 และสงครามที่นครลำปางป่าซาง เมื่อ พ.ศ. 2330 สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทได้ทรงบูรณปฏิสังขรณ์วัดตองปุแล้วถวายเป็นพระอารามหลวงโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามใหม่ว่า วัดชนะสงคราม เพื่อเป็นอนุสรณ์ที่สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ทรงมีชัยชนะต่อพม่าในการรบทั้ง 3 ครั้ง

โลหะปราสาท

โลหะปราสาท
15.โลหะปราสาท วัดราชนัดดารามวรวิหาร สร้างในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นโลหะปราสาทองค์แรกและองค์เดียวของไทย และถือเป็นองค์ที่ 3 ของโลก สร้างอยู่ในพื้นที่วัดราชนัดดาราม และอยู่ในบริเวณ ลานพลับพลามหาเจษฏาบดินทร ยอดปราสาทประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ

ภูเขาทอง

ภูเขาทอง
16.ภูเขาทอง วัสระเกศ (ว่าจะขึ้นแต่เด็กไม่ไหว) วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร เป็นวัดโบราณ เดิมเรียกชื่อว่า วัดสะแก เป็นวัดเก่าแก่สร้างมาแต่สมัยโบราณ สันนิษฐานว่าจะได้สร้างมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมมีชื่อว่า "วัดสะแก" เพิ่งมาเปลี่ยนเป็นวัดสระเกศเมื่อสมัยรัชกาลที่ ๑ ตอนที่ได้สร้างกรุงเทพมหานครเป็นครั้งแรกมีปรากฏตามพระราชพงศาวดารว่า เมื่อจุลศักราช๑๑๓๔ เบญจศก ตรงกับพุทธศักราช ๒๓๒๖นั้นพระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้โปรดให้ลงมือก่อสร้างพระนครรวมทั้งพระบรมมหาราชวังและพระราชวังบวรสถานมงคล แล้วพระราชทานเปลี่ยนนามใหม่ว่า"วัดสระเกศ"และทรงปฏิสังขรณ์วัดสระเกศ ทั้งพระอารามตั้งต้น แต่พระอุโบสถตลอดถึงเสนาสนะสงฆ์และขุดคลองรอบวัดอีกด้วย คำว่า "สระเกศ" นี้ ตามรูปคำ ก็แปลว่าชำระหรือทำความสะอาดพระเกศานั่นเอง

อนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย

อนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย
17. อนุเสาวรีย์ประชาธิปไตยเป็นอนุสาวรีย์ที่ตั้งอยู่กึ่งกลางวงเวียนระหว่างถนนราชดำเนินกลางกับถนนดินสอ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร สร้างขึ้นเป็นที่ระลึกถึงเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข การก่อสร้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเริ่มขึ้นในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2482 และทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2483 ในสมัยจอมพล แปลก พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ตรอกข้าวสาร

ตรอกข้าวสาร
18.ตรอกข้าวสาร เป็นถนนในท้องที่แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร มีระยะทางเริ่มตั้งแต่ถนนจักรพงษ์หน้าวัดชนะสงคราม ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ จนถึงถนนตะนาวใกล้สี่แยกคอกวัว

สะพานหัวช้าง

สะพานหัวช้าง
กลับรถใต้สะพาน19.สะพานหัวช้างหรือท่าราชเทวี สะพานเฉลิมหล้า 56 หรือ สะพานหัวช้าง เป็นสะพานในชุดเฉลิม สะพานที่ 15 สร้างข้ามคลองบางกะปิหรือคลองแสนแสบ ที่ถนนพญาไท เพื่อเชื่อมทางระหว่างพระนครให้ต่อกันทั้งตอนเหนือและตอนใต้ คู่กับสะพานเฉลิมโลก 55 สะพานนี้อยู่ติดกับวังสระปทุม

พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน

พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน
20.พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2456 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ บริเวณทุ่งส้มป่อย ซึ่งเป็นทุ่งนาระหว่างพระราชวังสวนดุสิตกับวังพญาไท (ปัจจุบันคือโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า) โดยโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) เสนาบดีกระทรวงนครบาลจัดสร้างพระตำหนักขึ้น โดยมีพระยาวิศุกรรมศิลปประสิทธิ์ (น้อย ศิลปี) เป็นผู้ควบคุมและดำเนินการก่อสร้าง เพื่อทรงใช้เป็นที่รโหฐานสำหรับทรงพระราชนิพนธ์หนังสือ รวมทั้งราชเสวกจะได้มีโอกาสเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเป็นการส่วนพระองค์ โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามทุ่งส้มป่อยว่า สวนจิตรลดา พระราชทานนามพระตำหนักว่า "พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน" บริเวณรอบพระตำหนักมีการขุดคูและทำกำแพงรั้วเหล็กโดยรอบ มีประตู 4 ทิศ พระราชทานชื่อตามสวนจิตรลดาของพระอินทร์และท้าวโลกบาล คือ พระอินทร์อยู่ชม พระยมอยู่คุ้น พระวิรุณอยู่เจน และพระกุเวรอยู่เฝ้า ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชโปรดเกล้าฯ ให้ใช้พระตำหนักจิตรลดารโหฐานเป็นที่ประทับถาวร ทรงโปรดเกล้าฯให้สร้างโรงเรียนจิตรลดา เมื่อ พ.ศ. 2501 เป็นสถานศึกษาชั้นต้นสำหรับพระโอรส พระธิดาและบุตรหลานข้าราชสำนัก ทรงโปรดเกล้าฯให้สร้างศาลาดุสิดาลัย เป็นศาลาอเนกประสงค์ ปัจจุบัน เมื่อกล่าวถึง ตำหนักสวนจิตรลดา มักสับสนกับ สวนจิตรลดา หรือ พระตำหนักสวนจิตรลดา ซึ่งหมายถึง พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต

นุั่งรถไฟฟ้า

นุั่งรถไฟฟ้า
21.ก่อนที่จะลองนั่งรถไฟฟ้ามัง(แอร์พอร์ตลิ้ง)ขึ้นที่พญาไทไปลงสถานีหัวหมากคนละ25บาท น้าบีขับรถกลับไปรอที่หอ เราไปกัน4คน ถึงที่พักอย่างสลบ นอนเอนกายก่อนอาบน้ำแต่งตัวไป บ่าย2โมง

นั่งรถไฟฟ้า

นั่งรถไฟฟ้า

หัวหมาก

หัวหมาก
22.สนามก๊ฬาหัวหมาก2เพื่อชมคอนเสริต์ “2012 Korean Music Wave in Bangkok” โดยศิลปิน K-POP ระดับแถวหน้ามากถึง 14 ค่าย รวม 20 คน นำทีม K-POP ฝ่ายชาย โดย TVXQ!, 2PM, Beast, MBLAQ, SHINee, FT Island, 2AM, INFINITE, Teen Top, Boy Friend, NORAZO และ K-POP ฝ่ายหญิง โดย KARA, T-ARA, SECRET, SISTAR, 4minute, MISS A, After School, G.NA, รวมถึงสาวน้อยขวัญใจชาวเกาหลี IU ที่จะมาเยือนเมืองไทยเป็นครั้งแรกพร้อมสองสาวพิธีกรที่ได้รับความสนใจ และได้รับผลโหวตจากแฟนคลับมากที่สุด ผ่านทาง Social Network คือ ทิฟฟานี่ (Tiffany) และ แท ยอน (Tae Yeon) จากวง Girls' Generation (SNSD) กับอีกหนึ่งหนุ่มหล่อมากความสามารถอย่าง นิชคุณ (Nichkhun) จากวง 2PM

หัวหมาก

หัวหมาก

หัวลำโพง

หัวลำโพง
23.สถานนีหัวลำโพงหลังจากชุลมุนกับการเข้าชมคอนเสริต์4โมงกว่าแล้ว รีบชวนน้าบีไปส่งที่สถานีรถไฟหัวลำโพง เพราะกลัวรถจะติด ปลอดภัยไว้ก่อน ไปถึง5โมงครึ่ง นี้เป็นการมาหัวลำโพงในรอบ 10ปีกว่าปีเลยนะ เพราะไม่ค่อยมากรุงเทพเท่าไหร่ ยังคงเต็มไปด้วยผู้คนจากทุกทิศทุกทาง โดยมากก็เป็นคนหาเช้ากินค่ำ นักศึกษา คนรวยเค้าหนี้ไปนั่งเครื่องบินกันหมด ช่วงเวลา 20ชั่วโมง (6-7เมษา55) ในเมืองกรุงเทพฟ้าอมรจะจบลง มีความสุขที่ได้ไปวัดมากๆ อยากมานานแล้ว จบลงเหลือแค่ความทรงจำตลอดไป อ้อ..ทิ้งอิงออมอยู่ต่อกรุงเทพ รอกลับกับน้าบี 13เมษา55 เจอกันนะเด็กๆ
ไม่มีบทความ
ไม่มีบทความ